ศึกษาพระธรรม

พระธรรมคำสอน ละเอียดลึกซึ้งอย่างยิ่ง จึงเป็นการยากที่จะศึกษาให้เข้าใจ หรืออาจเข้าใจผิดได้ จึงควรควรศึกษาด้วยความเคารพ และไม่ประมาท เพาะเมื่อมีผู้ศึกษาพระธรรมแล้วเข้าใจผิด เผยแพร่พระธรรมผิดๆ ก็เป็นเหตุให้ พระธรรมเสื่อมสลายและอันตรธานไปในที่สุดได้เหมือนกัน

ศึกษาพระธรรม

ชาวพุทธหรือผู้ที่เข้าใจว่า ตนเองมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ต้องไม่ลืมที่จะต้องศึกษาพระธรรมด้วย ไม่ใช่เพียงเข้าใจแต่ว่า พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดับกิเลส ทรงเป็นพระบรมศาสดายิ่งใหญ่กว่าเทวดาพรหม มนุษย์ใดๆ ทั้งปวงในสากลโลก ในจักรวาล ไม่ใช่เพียงเท่านั้น แต่พระองค์แสดงธรรมอะไร ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ฟังผู้ศึกษา ความเป็นมิตรที่ดี กัลยาณมิตรที่เลิศ ก็คือ เพื่อประโยชน์ของผู้ที่เราเป็นมิตรด้วย เพราะฉะนั้น พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมิตรที่ประเสริฐที่สุด เพราะว่าทรงพระมหากรุณา ทุกอย่างที่ทำเพื่อประโยชน์ของผู้ที่ได้พบทั้งนั้น
แต่ละคนจะเริ่มสนใจพระธรรมเมื่อไร ก็แล้วแต่แต่ละบุคคล การเริ่มเรียนศึกษาพระอภิธรรม หรือว่าอภิธัมมัตถสังคหะก่อน ทำให้เข้าใจความหมาย ทำให้เข้าใจว่า พระธรรมที่ทรงตรัสรู้คืออะไร เพราะว่าถ้าเราเพียงอ่านพระสูตร ก็เข้าใจผิดได้ เพราะเราไม่รู้ว่าเป็นธรรมที่ไม่ใช่เรา เวลาที่อ่านพระสูตรก็เหมือนกับว่า ทรงแสดงให้เราทำอย่างนั้นเราทำอย่างนี้ เช่น ละชั่ว ทำความดี ชำระจิตให้บริสุทธิ์ เราก็คิดว่าเป็นเราที่ทำ ละชั่วก็เป็นเรา ทำความดีก็เป็นเรา และชำระจิตให้บริสุทธิ์ ถ้ายังไม่เรียนก็จะไม่รู้เลยว่า หนทางที่จะชำระจิตให้บริสุทธิ์คืออย่างไร เพราะเราเพียงรู้จักเล็กๆ น้อยๆ เช่น ชั่ว ดี ก็เพราะจะทราบว่า ละชั่วคือละอะไร กาย วาจาที่ไม่ดี ทำความดีก็พอจะรู้ว่าขั้นทาน ขั้นศีล
ขั้นทาน ขั้นศีล ก็เป็นที่เข้าใจกันอยู่เกือบจะเป็นอุปนิสัยของชาวพุทธ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทย หรือว่าชาวต่างประเทศที่นับถือพุทธศาสนา ก็มีหลักของศาสนาทำให้เราประพฤติปฏิบัติในทาง ทาน และศีล แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าเราไม่มีการศึกษาพระอภิธรรม เราจะไม่รู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย เราจะเห็นแต่พระพุทธรูป แล้วก็กราบไหว้สรรเสริญบูชา แต่ว่าบูชาในอะไร ถ้าเราไม่ศึกษาพระธรรม เราจะเห็นพระปัญญาคุณได้ไหม ไม่รู้เลยว่า ทรงตรัสรู้อะไร จะเห็นในพระบริสุทธิคุณว่าก่อนที่จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญพระบารมียิ่งกว่าที่จะเป็นเพียงพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ซึ่งสามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรม แต่ว่าไม่ทรงถึงพร้อมด้วยทศพลญาณ หรือพระญาณอื่นๆ ที่จะทรงแสดงธรรมที่ได้ตรัสรู้โดยละเอียด โดยนัยยะประการทั้งปวง เพื่ออนุเคราะห์ให้ผู้ที่ได้ศึกษามีความเข้าใจถูกต้องเพิ่มขึ้นๆ
ด้วยเหตุนี้กว่าจะได้เข้าใจพระธรรม คือ ธรรมขณะนี้ตามความเป็นจริง สัจธรรม ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนลักษณะของสภาพธรรมในขณะนี้ ให้เป็นอย่างอื่นได้ ธรรมต้องเป็นธรรม เมื่อได้ทรงแสดงพระธรรมแล้ว ก็มีคำว่า ธรรมะ มีคำว่า อนัตตา แต่ละคนก็ได้ยินคำนี้ แต่จะมีความเข้าใจคำนี้ลึกซึ้งมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้น การฟังธรรมศึกษาพระธรรม ไม่ใช่เรื่องรีบร้อน ไม่ใช่เรื่องรวดเร็ว ไม่ใช่เรื่องอยากจะเข้าใจ แต่ว่าขณะใดที่ฟังแล้วเข้าใจ ขณะนั้นเวลาที่ฟังอีก ก็เข้าใจสิ่งที่เคยฟังแล้วเข้าใจแล้วนั่นแหละเพิ่มอีก และเวลาที่ฟังอีก ก็เข้าใจขึ้นอีก ในความไม่มีเรา แต่เป็นธรรมทั้งหมด.

Related posts

ความเห็นผิด

จะอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน

แสวงหา